การตีความเชิงเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ
การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ส่งผลต่อไทยผ่านกลไกสำคัญสามประการ ได้แก่ ผลต่อราคาสินค้านำเข้าของอินโดนีเซีย ผลต่อความสามารถแข่งขันของสินค้าอินโดนีเซีย และผลต่อโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการไทย
ประการแรก เมื่อรูเปียห์อ่อนค่า ผู้นำเข้าอินโดนีเซียต้องใช้เงินรูเปียห์มากขึ้นในการซื้อสินค้าจากไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สินค้าไทยแพงขึ้นในตลาดอินโดนีเซีย แม้ว่าราคาส่งออกในสกุลเงินดอลลาร์จะไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม ผลกระทบนี้จะรุนแรงในสินค้าที่มีความยืดหยุ่นต่อราคาสูง เช่น น้ำตาล พลาสติก เครื่องจักรบางประเภท เคมีภัณฑ์ และสินค้าอุตสาหกรรมขั้นกลาง
ประการที่สอง สินค้าอินโดนีเซียจะมีความได้เปรียบด้านราคามากขึ้นในตลาดโลก เพราะผู้ส่งออกอินโดนีเซียสามารถเสนอราคาขาย
เป็นดอลลาร์ได้แข่งขันมากขึ้น หรือคงราคาขายเดิมแต่ได้รับรายได้ในรูปเงินรูเปียห์เพิ่มขึ้น กลไกนี้ทำให้สินค้าไทยที่แข่งขันกับอินโดนีเซีย
ในตลาดที่สาม เช่น อาเซียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรม
ขั้นกลาง สิ่งทอ รองเท้า ผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก เคมีภัณฑ์ และอาหารแปรรูปบางรายการ
ประการที่สาม ผู้ประกอบการไทยบางกลุ่มอาจได้ประโยชน์จากต้นทุนนำเข้าที่ลดลง หากนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากอินโดนีเซีย เช่น
พลังงาน ทองแดง อะลูมิเนียม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า กระดาษ ไขมันและน้ำมันพืช หรือสินค้าอุตสาหกรรมขั้นกลาง อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะพลังงานและโลหะ มักอ้างอิงราคาตลาดโลกเป็นดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ผลบวกจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนอาจถูกจำกัด