ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลในบังคลาเทศ : โอกาสทองของธุรกิจไทย
เผยแพร่เมื่อ 16 กรกฎาคม 2025
เข้าชม 145 ครั้ง
ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลในบังคลาเทศ : โอกาสทองของธุรกิจไทย
ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลในบังคลาเทศ : โอกาสทองของธุรกิจไทย

ในอดีต เครื่องสำอางในบังกลาเทศเคยถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ใช้เฉพาะในโอกาสพิเศษหรือในกลุ่มผู้มีฐานะ แต่วันนี้ความคิดนั้นได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตามห้างในกรุงธากา หรือร้านค้าริมถนนในหมู่บ้านเล็กๆ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนตัวได้กลายเป็นของใช้ประจำวันของผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศ

อุตสาหกรรมนี้ในบังกลาเทศมีมูลค่ารวมกว่า 25,000 crore ตากา หรือประมาณ 228,000 ล้านบาท คิดเป็นครึ่งหนึ่งของตลาดสินค้า FMCG ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% และจ้างแรงงานกว่า 20,000 คน โดยอัตราการบริโภคต่อหัวยังถือว่าต่ำมาก (เพียง 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ) เมื่อเทียบกับอินเดียหรืออินโดนีเซีย จึงเปิดช่องว่างให้การเติบโตในอนาคตยังมีศักยภาพอีกมาก

การแข่งขัน: แบรนด์ท้องถิ่นลุกขึ้นท้าทายยักษ์ใหญ่

แม้แบรนด์ต่างชาติจะครองตลาดอยู่ถึง 70% โดยอาศัยชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน และแชมพู แบรนด์หลักๆ ได้แก่ Unilever, Marico, Square Toiletries, Kohinoor Chemical Company และ Procter & Gamble มีการใช้พรีเซ็นเตอร์ดัง และงบโฆษณามหาศาล แต่แบรนด์ท้องถิ่น เช่น Square Toiletries, KCCL, และ ACIกลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยการเข้าใจผู้บริโภคในประเทศอย่างลึกซึ้ง ผลิตภัณฑ์บางแบรนด์ เช่น Senora (ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยหญิง) และ Maya (เน้นสมุนไพรธรรมชาติ) กลายเป็นผู้นำในตลาดเฉพาะกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์ท้องถิ่นยังเริ่มก้าวสู่ตลาดพรีเมียมด้วยสินค้าที่พัฒนาจาก insight ผู้บริโภค เช่น Remark HB ที่ได้รับคำสั่งซื้อมูลค่าสูงจากตะวันออกกลางและอินเดีย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพในการส่งออกเริ่มเห็นผลจริง

ส่งผลให้ตลาดแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: แบรนด์ท้องถิ่นยังได้รับความนิยมในชนบทและเขตชานเมือง ขณะที่สินค้านำเข้าดึงดูดผู้บริโภคเมืองที่มีรายได้กลาง-สูง

Scroll