ในโลกของความงามที่ไม่หยุดนิ่ง คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสกินแคร์ในภูมิภาค GCC (กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ) อย่างเห็นได้ชัด จากรายงานวิจัยล่าสุดที่จัดทำโดย Chalhoub Group ร่วมกับ Meta พบว่า Gen Z ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นแรงงานหลักถึง 30% ของภูมิภาคภายในปี 2030 แต่ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการใช้จ่ายในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนตัวถึง 1.6 เท่าภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีข้างหน้า
คนรุ่นใหม่นี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากรุ่นก่อน พวกเขาใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน และกว่า 60% ของการซื้อผลิตภัณฑ์ความงามนั้นมีแรงจูงใจหลักจากการดูแลผิว ไม่ใช่เพื่อความงามภายนอกเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการแสดงออกถึงการดูแลตัวเองและสุขภาพที่ดี พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่า Gen Z มองสกินแคร์เป็น "ความงามจากภายใน" ที่แท้จริง
แม้หญิงสาว Gen Z ส่วนหนึ่งจะบอกว่าตนเองมีเพียง 3 ขั้นตอนในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเธอใช้ผลิตภัณฑ์เฉลี่ยมากถึง 4.7 ชิ้นต่อวัน โดยรวมไปถึงผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอย่างอายครีม ลิปแคร์ และทรีตเมนต์เฉพาะจุด ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจและความรู้ลึกในเรื่องผิวพรรณอย่างจริงจัง
อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความเปลี่ยนแปลง คือบทบาทของโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญใน “การเดินทางของสกินแคร์” สำหรับคนรุ่นนี้ แต่ละแพลตฟอร์มมีบทบาทเฉพาะทาง เช่น Instagram ใช้เพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึกของแบรนด์ TikTok ช่วยให้ค้นพบผลิตภัณฑ์และเทรนด์ใหม่ๆ YouTube เป็นแหล่งความรู้แบบเจาะลึก และ Snapchat ใช้แบ่งปันประสบการณ์แบบเพื่อนถึงเพื่อน
ในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือก Gen Z ให้ความสำคัญกับ "ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส" มากที่สุด แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจึงต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน และร่วมสมัย ชื่อของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนี้ ได้แก่ La Roche-Posay, Rhode, Glow Recipe และ Caudalie ซึ่งล้วนแต่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและค่านิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนั้น การพัฒนา “ผลิตภัณฑ์ลูกผสม” หรือ hybrid ที่ผสานคุณสมบัติของการดูแลผิวและการแต่งหน้าเข้าด้วยกัน กลายเป็นแนวโน้มสำคัญที่ตอบสนองปรัชญา “ผิวมาก่อนเมคอัพ” ซึ่ง Gen Z นิยมเป็นพิเศษ สะท้อนถึงการใส่ใจในผิวที่ดูสุขภาพดีและธรรมชาติมากกว่าการปกปิด
ที่มา :
https://www.arabianbusiness.com/
https://www.chalhoubgroup.com/
https://en.aletihad.ae/