อุตสาหกรรมความงามของกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) กำลังเปลี่ยนสถานะจากตลาดที่แบรนด์ต่างชาติเข้ามาจำหน่ายสินค้า ไปสู่ศูนย์กลางที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะน้ำหอมแบบอาหรับซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังกลายเป็นฐานสำคัญของธุรกิจความงาม สุขภาพ และเวลเนส
อุตสาหกรรมความงามใน GCC ซึ่งประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน และโอมาน กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ Ravi Ramchandani ผู้อำนวยการงาน Beautyworld Dubai ระบุว่า ภูมิภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางจำหน่ายสินค้าของแบรนด์ระดับโลกอีกต่อไป แต่กำลังเป็นพื้นที่ที่แบรนด์ถูกออกแบบ พัฒนา ระดมทุน ผลิต และขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
แบรนด์น้ำหอมจากอ่าวอาหรับเติบโตสู่ระดับโลก
ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกน้ำหอมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่า ทำให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ส่งออกน้ำหอมรายใหญ่ของโลก ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากการผลิตสินค้าปริมาณมากและแข่งขันด้วยราคา ไปสู่การสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคจดจำและต้องการซื้อ
แบรนด์อย่าง Lattafa, Armaf, Amouage และ Kayali ได้รับความนิยมในสหรัฐฯ และยุโรปผ่าน TikTok Shop, Amazon และ Sephora โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ซึ่งพร้อมซื้อน้ำหอมออนไลน์ แม้จะยังไม่เคยทดลองกลิ่นมาก่อน
ลักษณะเด่นของน้ำหอมอาหรับ เช่น ความเข้มข้นสูง กลิ่นติดทนนาน การใช้อู๊ด แอมเบอร์ และกลิ่นแนว กูร์มองด์ ตลอดจนวัฒนธรรมการฉีดน้ำหอมซ้อนหลายกลิ่นหรือ “fragrance layering” กำลังกลายเป็น กระแสหลักในตลาดโลก แบรนด์ตะวันตกหลายรายเริ่มนำแนวทางเหล่านี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดของตน