จีนมุ่งสู่การเป็น “โรงงานของโลกมุสลิม” ดันสินค้าอาหาร ฮาลาล เครื่องสำอาง และแฟชั่นเจาะตลาดใหม่
เผยแพร่เมื่อ 17 สิงหาคม 2026
เข้าชม 28 ครั้ง
จีนมุ่งสู่การเป็น “โรงงานของโลกมุสลิม”  ดันสินค้าอาหาร ฮาลาล เครื่องสำอาง และแฟชั่นเจาะตลาดใหม่

     จีนกำลังขยายบทบาทจากฐานการผลิตสินค้าต้นทุนต่ำสู่การเป็นผู้ผลิตรายสำคัญสำหรับตลาดมุสลิมทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าอาหารฮาลาล เครื่องสำอาง ยา และแฟชั่นมุสลิม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ราคาและกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความน่าเชื่อถือ

ของมาตรฐานฮาลาล การตรวจสอบย้อนกลับ และความเข้าใจในข้อกำหนดทางศาสนาและวัฒนธรรมของแต่ละตลาด

     จีนกำลังมองหาโอกาสการเติบโตใหม่จากเศรษฐกิจฮาลาลและตลาดผู้บริโภคชาวมุสลิม หลังจาก

ผู้ผลิตจีนต้องเผชิญกับอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและอุปสรรคทางการค้าในสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าส่งสินค้าราคาประหยัดของจีน มีสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมุสลิมเพิ่มขึ้น เช่น พรมละหมาด แท่นวางคัมภีร์ เสื้อผ้ามิดชิด โคมไฟรอมฎอน และสินค้าที่สามารถปรับแต่งบรรจุภัณฑ์และสร้างแบรนด์ให้กับผู้ซื้อรายใหญ่ได้

ข้อมูลจาก DinarStandard ระบุว่า ในปี 2566 จีนส่งออกสินค้าเกี่ยวข้องกับฮาลาล ได้แก่ อาหาร เสื้อผ้า ยา เครื่องสำอาง และสินค้าอื่น ๆ มูลค่า 32,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปยังประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) 57 ประเทศ ทำให้จีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของกลุ่ม ตามด้วยอินเดียและบราซิล ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคชาวมุสลิมทั่วโลกมีค่าใช้จ่ายในภาคอาหาร เสื้อผ้า ยา เครื่องสำอาง สื่อ และการเดินทางรวม 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.56 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2572 โดยเฉพาะตลาดอาหารฮาลาลมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 1.53 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

จุดแข็งของจีนคือความสามารถในการผลิตสินค้าในปริมาณมาก รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ อีกทั้งสามารถปรับโรงงานที่ผลิตอาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปให้รองรับตลาดมุสลิม รวมถึงรับจ้างผลิตสินค้าแบบ Private Label ให้กับบริษัทในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความเข้าใจตลาดท้องถิ่นอยู่แล้ว

ไฟล์แนบ:
Scroll