แม้ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่งทั่วโลก แต่ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าตลาดความงามยังคง "มีภูมิคุ้มกัน" ต่อวิกฤต โดยผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองและสินค้าที่ให้ความพึงพอใจทางใจ คาดตลาดพุ่งแตะ 5.9 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2569
รายงานจาก Euromonitor International ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแล
ส่วนบุคคล (Beauty and Personal Care) ทั่วโลกในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว แม้จะมีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตลงเล็กน้อยเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย
คาดว่ายอดขายรวมทั่วโลกจะสูงถึง 5.9 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 508 ล้านยูโร) เติบโตขึ้น 2%
ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าจับตามองในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูง
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ปะทุขึ้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดผู้บริโภคในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น การหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อด้านต้นทุนในหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ตลาดความงามกลับแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัว (Recovery) ที่ต่างจากช่วงการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 เนื่องจากในวิกฤตครั้งนี้ "ความต้องการซื้อไม่ล่มสลาย" แต่ผู้บริโภคเลือกที่จะปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายแทน