ซาอุดีอาระเบียและประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) เตรียมใช้
ข้อกำหนดฉลากโภชนาการฉบับใหม่ GSO 2233:2025 โดยกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารต้องเปิดเผยปริมาณสารให้ความหวาน
กลุ่มโพลิออล (Polyols) ปรับค่าอ้างอิงโภชนาการสำหรับโซเดียมและโพแทสเซียม พร้อมมุ่งยกระดับความโปร่งใสด้านข้อมูลโภชนาการและส่งเสริมสุขภาพผู้บริโภค
ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ส่งออกอาหารทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
คณะกรรมการรัฐมนตรีขององค์การมาตรฐานกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GSO) ได้อนุมัติ
ข้อกำหนดทางเทคนิคด้านฉลากโภชนาการ GSO 2233:2025 เพื่อใช้แทนมาตรฐานเดิม GSO 2233:2021
โดยประเทศสมาชิก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน โอมาน
กาตาร์ คูเวต และเยเมน จะนำไปใช้เป็นข้อกำหนดภาคบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้า
สาระสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้ ได้แก่ การกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มี โพลิออล (Polyols) หรือสารให้ความหวาน
ประเภทน้ำตาลแอลกอฮอล์ เช่น ซอร์บิทอล ไซลิทอล มอลทิทอล
และอิริทริ-ทอล ต้องระบุปริมาณบนฉลากโภชนาการอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดค่าพลังงาน
ของสารดังกล่าวเพื่อใช้ในการคำนวณข้อมูลโภชนาการ
นอกจากนี้ ยังมีการปรับค่าอ้างอิงสารอาหาร (NRVs) โดยลดค่าแนะนำการบริโภคเกลือ
จาก 6 กรัม เหลือ 5 กรัมต่อวัน เพิ่มค่าแนะนำโพแทสเซียมจาก 2,000 เป็น 3,500 มิลลิกรัม
ต่อวัน และกำหนดค่าอ้างอิงโซเดียมที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อสนับสนุนนโยบายลดการบริโภคโซเดียม
และส่งเสริมการได้รับโพแทสเซียมอย่างเหมาะสม